Zingiber officinale Rosc.
ZINGIBERACEAE
ไม้ล้มลุก
สูง ๐.๓-๑
เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นเฉพาะ
แทงหน่อหรือลำต้นเทียมเช่นเดียวกับไพล ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก
กว้าง ๑.๕-๒ ซม.
ยาว ๑๕-๒๐ ซม.
ดอกช่อแทงออกจากเหง้า กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว
ใบประดับสีเขียวอ่อน ผลเป็นผลแห้งมี ๓ พู
ขิงเป็นพืชที่ชอบขึ้นในดินร่วนซุย
ขิงมีรสเผ็ดตามความแก่อ่อนของอายุขิง ขิงอ่อนมีรสเผ็ดน้อย
ขิงแก่จะมีรสเผ็ดมากขึ้นตามลำดับ ขิงนิยมปลูกทั่วไปทุก ๆ ภาคของประเทศ
มีปลูกมากที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพิษณุโลก เป็นต้น
ขิงนิยมปลูกในฤดูฝนอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ
๓ เดือน ถ้าเกินจากนั้นจะเป็นขิงแก่มีรสเผ็ดแต่สามารถเก็บไว้ได้นานๆ
ขิงที่นำมาทำน้ำขิงพาสเจอร์ไรส์เป็นขิงอ่อนรสเผ็ดน้อย
ไม่ต้องปอกเปลือกจะทำให้น้ำหอมดีขึ้น
ตำรายาไทยใช้เหง้าขิงแก่ทั้งสดและแห้ง
เป็นยาขับลม แก้อาเจียนแก้ไอขับเสมหะ
และขับเหงื่อโดยใช้ขิงสดขนาดนิ้วหัวแม่มือต้มกับน้ำ
หรือใช้ผงขิงแห้งชงน้ำดื่ม จากการทดลองกับอาสาสมัคร ๓๖ คน
พบว่าผงขิงป้องกันการเมารถเมาเรือได้ดีกว่ายาแผนปัจจุบัน
(dimenhydrinate)
ในเหง้ามีน้ำมันหอมระเหย ประกอบด้วย menthol, borneol, fenchone,
6-shogoal และ 6-gingerol menthol
มีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมัน นอกจากนี้พบว่าสารที่รสเผ็ดได้แก่
6-shogoal และ 6-gingerol
ลดการบีบตัวของลำไส้ จึงช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเกร็ง
|